ประวัติความเป็นมา

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๑ จังหวัดบุรีรัมย์ เดิมชื่อ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นางรอง จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม2512 บนเนื้อที่ 417 ไร่ ณ บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 3 ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ และได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๑ จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีพระชนมายุครบ 84 พรรษา โดยรับเข้าอยู่ใน ความอุปถัมภ์ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้แก่เด็กที่ด้อยโอกาส 10 ประเภทที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ โดยรัฐให้ที่พักอาศัย อาหาร เสื้อผ้า เครื่องเขียน แบบเรียน เครื่องใช้ส่วนตัว และสิ่งที่จำเป็นต่อการเรียน เพื่อให้เด็กเหล่านี้มีโอกาสได้รับการศึกษาเทียบเท่าเด็กทั่วไปให้ได้มากที่สุด

ด้วยโรงเรียนรับนักเรียนด้อยโอกาส 10 ประเภท ที่เป็นนักเรียนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมท้องถิ่น มาจากครอบครัวแตกแยก ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะยากจนมากเป็นพิเศษ ไม่มีเวลาอบรมเลี้ยงดูบุตรหลานเนื่องจากต้องประกอบอาชีพ หารายได้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ส่งผลให้นักเรียนส่วนใหญ่ขาดความอบอุ่น ขาดระเบียบวินัย ขาดความรับผิดชอบ ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา พร้อมที่จะไม่เรียนส่งผลให้นักเรียนมีการย้ายเข้าย้ายออกตลอดเวลาทำให้มีผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียน นโยบายของโรงเรียนนอกจากจัดการศึกษาตามหลักสูตรแล้ว โรงเรียนต้องพัฒนานักเรียน 3 ทักษะ ได้แก่ ทักษะวิชาการเพียงพอที่นักเรียนสามารถไปต่อยอดออกไปเรียนต่อหรือประกอบอาชีพได้ ทักษะชีวิต ปลูกฝังให้มีวินัย มี ความรับผิดชอบและมีจิตสาธารณะ และทักษะอาชีพ เพื่อให้นักเรียนที่จบออกไปแล้วมีพื้นฐานด้านอาชีพที่จบออกไปแล้วสามารถออกไปประกอบอาชีพง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้ทุนมากนักได้ โรงเรียนจึงได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียน

โรงเรียนได้นำธรรมนูญ “๙ GOODNESS CHARTER” และทักษะการดำรงชีวิตของนักเรียนประจำมาขับเคลื่อนในโรงเรียน โดยบูรณาการหลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้นักเรียนทุกคนได้มีทักษะทางวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ (No Child Left Behind)โดยใช้หอพักเป็นฐานในการพัฒนา เพราะหอพักเปรียบเสมือนบ้าน ที่มีครูหอพักดูแลนักเรียนอย่างน้อยหอพักละ ๓ คน เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ จึงให้หอพักจัดทำแผนชีวิตของหอพัก (Dormitory Plan) โดยใช้วิธีการเชิงระบบ (System Approach) ประกอบด้วย Input Process Output และ Outcome มาใช้ในการวางแผนปฏิบัติดังนี้
1 . กำหนดเป้าหมาย (GOAL) ของธรรมนูญแต่ละข้อ
2 . กำหนดปัจจัยที่จะทำให้เป้าหมายสำเร็จ (INPUT)
3 . กำหนดกิจกรรมที่จะปฏิบัติ ( PROCESS)
4 . กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ(OUTPUT)
5. ผลกระทบ (IMPACT)
สรุปได้ดังแผนภาพที่ ๑

การจัดทำแผนชีวิตหอพัก (Dormitory Plan) โดยใช้ธรรมนูญ “สันติสุข ๙ ดี” นั้น จะมุ่งเน้นไปที่ ความรับผิดชอบและการร่วมมือของสมาชิกในหอพักทุกคน ซึ่งจะมีคณะกรรมการหอพัก เป็นองค์กรขับเคลื่อน และกำกับดูแลโดยครูปกครองหอพัก จะทำให้ได้แผนและวิธีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกในหอพัก เกิดกระบวนการในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ในการดูแลพัฒนา รักษา ความสงบเรียบร้อย สร้างสังคมที่อบอุ่น มีความเข้มแข็งในทุก ๆ ด้านตามปัจจัย 9 ดีที่วางไว้